Fibonacci Retracement ช่วยตอบว่าราคาย่อกลับมาเป็นสัดส่วนเท่าไรของช่วงที่เลือกครับ มันไม่ตอบว่าราคาต้องหยุดย่อตรงไหน หากเริ่มจากความต่างนี้ คุณจะใช้เส้นเป็นจุดสังเกตได้โดยไม่ต้องคาดหวังว่าตลาดจะเดินตามตัวเลขทุกครั้ง

เครื่องมือนี้วัดอะไร

เครื่องมือเชื่อมจุดราคาสองจุดแล้วแบ่งช่วงระหว่างนั้นตามอัตราส่วน ระดับที่พบได้บ่อยมี 23.60%, 38.20% และ 61.80% ส่วน 50.00% เป็นระดับกึ่งกลางที่นิยมใส่เพิ่ม ไม่ใช่อัตราส่วนมาตรฐานที่ได้จากลำดับ Fibonacci แบบเดียวกับระดับข้างต้น

ในทางคณิตศาสตร์ อัตราส่วนของจำนวนติดกันในลำดับ Fibonacci เข้าใกล้ 0.618 เมื่อใช้จำนวนที่มากขึ้น แต่การมีอัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ไม่ได้พิสูจน์ว่าตลาดจะกลับตัวที่ระดับนั้น

คู่มือ TradingView อธิบายระดับเหล่านี้เป็นบริเวณแนวรับหรือแนวต้านที่อาจเกิดขึ้น ผู้ใช้ปรับระดับ กลับทิศ และเลือกวิธีคำนวณเมื่อใช้กราฟลอการิทึมได้ จึงต้องรู้การตั้งค่าของกราฟที่กำลังอ่านด้วย

เลือกจุดเริ่มกับจุดจบก่อน

ถ้ากำลังศึกษาการย่อหลังราคาขึ้น ให้เลือกฐานกับยอดของช่วงขึ้นที่ต้องการวัด ส่วนการเด้งกลับหลังราคาลงให้เลือกยอดกับฐานของช่วงลงนั้น

การใช้ปลายไส้เทียนกับราคาปิดอาจได้จุดอ้างอิงต่างกัน เลือกกติกาให้ชัด เช่น ใช้สูงสุดและต่ำสุดของขาราคาที่กำหนด แล้วบันทึกไว้ก่อนดูผล ไม่ย้ายจุดย้อนหลังเพื่อให้เส้นผ่านตำแหน่งที่ราคาเด้งพอดี

ตำแหน่ง 0.00% และ 100.00% บนหน้าจออาจกลับด้านตามวิธีลากหรือการตั้งค่า Reverse วิธีตรวจที่ง่ายคือดูระดับครึ่งหนึ่งว่าตรงกึ่งกลางของช่วงราคาหรือไม่ แล้วอ่านราคาแต่ละระดับประกอบ ไม่อาศัยชื่อเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว

ลองคำนวณจากช่วงราคาเดียว

สมมติสินทรัพย์หนึ่งขึ้นจาก 100.00 เป็น 120.00 หน่วยราคา ระยะขึ้นเท่ากับ 20.00 หน่วย หากวัดการย่อลงจากยอด ใช้สูตร:

ราคาที่ระดับย่อ = ยอดราคา − (ระยะขึ้น × สัดส่วนที่ย่อ)

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่ออ่านข้อมูลครบทุกคอลัมน์

สัดส่วนย่อระยะที่ย่อลงจากยอดระดับราคา
38.20%20.00 × 0.382 = 7.64112.36
50.00%20.00 × 0.500 = 10.00110.00
61.80%20.00 × 0.618 = 12.36107.64
78.60%20.00 × 0.786 = 15.72104.28

ตารางนี้ใช้สเกลราคาเชิงเส้นและตัวเลขสมมติ ระดับเหล่านี้ยังไม่ใช่คำสั่งซื้อหรือจุด Stop อัตโนมัติ หากเปลี่ยนยอดจาก 120.00 เป็นราคาอื่น เส้นทุกระดับก็เปลี่ยนตาม แม้จะใช้เปอร์เซ็นต์ชุดเดิม

มีหลายอย่างซ้อนกันแล้วมั่นใจได้แค่ไหน

ถ้าระดับ Fibonacci อยู่ใกล้แนวรับเดิม คุณอาจใช้บริเวณนั้นเป็นจุดติดตามพฤติกรรมราคา แต่การมีเส้นหลายชนิดซ้อนกันไม่ได้แปลว่าได้หลักฐานอิสระหลายชุด เพราะเครื่องมือจำนวนมากคำนวณจากราคาชุดเดียวกัน

ไม่จำเป็นต้องกำหนดความกว้างโซนเป็นจำนวน pips เท่ากันทุกตลาด เลือกวิธีระบุบริเวณให้สอดคล้องกับข้อมูลราคาและความผันผวน แล้วทดสอบวิธีนั้น แทนการขยายโซนไปเรื่อย ๆ จนรองรับทุกการเคลื่อนไหว

ก่อนเข้าแผนควรมีทั้งเงื่อนไขที่ต้องรอและเงื่อนไขที่ทำให้เลิกสนใจจังหวะนั้น ไม่ใช่ตั้งออเดอร์เพราะราคามาถึงเส้นอย่างเดียว

ผ่าน 78.60% แล้วแปลว่าอะไร

แปลว่าราคาย่อเกินสัดส่วนนั้นของช่วงที่เลือก ยังไม่ใช่คำพิสูจน์ว่าเทรนด์กลับตัวแล้ว การย่ออาจลึกขึ้น กลับไปทดสอบจุดเริ่ม หรือเคลื่อนต่อในรูปแบบอื่นได้

ถ้าแผนของคุณกำหนดให้ยกเลิกเมื่อผ่านระดับนี้ ก็ปฏิบัติตามกติกานั้นได้ แต่ต้องเรียกว่าเงื่อนไขของแผน ไม่ใช่กฎของตลาด และไม่ขยับจุดเริ่มเพื่อซ่อนการที่ราคาผ่านเงื่อนไขยกเลิกไปแล้ว

Fibonacci Extension ใช้พิจารณาระดับนอกช่วงอ้างอิงได้เช่นกัน แต่เครื่องมือแบบสองจุดกับสามจุดใช้จุดอ้างอิงต่างกัน อ่านวิธีคำนวณของแพลตฟอร์มก่อนนำราคาเป้ามาเปรียบเทียบ

ฝึกให้รู้ว่าเส้นช่วยงานตรงไหน

เลือกช่วงราคาและบันทึกภาพก่อนเห็นอนาคต เขียนว่าจะสนใจระดับใด ต้องเห็นอะไรเพิ่ม และตรงไหนจะยกเลิก จากนั้นเลื่อนกราฟต่อแล้วบันทึกทั้งครั้งที่ราคาตอบสนองและครั้งที่ผ่านไปเลย

เมื่อได้จุดที่ทำให้แผนใช้ไม่ได้ จึงคำนวณขนาดสถานะ จากระยะราคานั้น เส้น Fibonacci บอกระยะย่อได้ แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินที่คุณควรยอมเสีย