Position Sizing คือการหาขนาดสถานะจากผลขาดทุนที่วางแผนไว้ครับ ลำดับคือระบุจุดที่แผนไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ประเมินผลเงินหากออกตรงนั้น แล้วจึงหาจำนวนล็อต ไม่ใช่ดูว่า margin เหลือเปิดได้ใหญ่แค่ไหน

สูตรช่วยให้สมมติฐานชัด แต่ไม่ได้รับประกันว่าขาดทุนจะหยุดตรงจำนวนที่คำนวณ เพราะราคาที่ได้รับจริงและรายการอื่นอาจต่างออกไป

เตรียมตัวเลขสี่อย่างให้เป็นหน่วยเดียวกัน

  • ฐานเงินที่ใช้วางแผน เช่น equity ณ เวลาคำนวณ โดยรู้ว่ามีสถานะค้างอะไรอยู่
  • งบขาดทุนตามแผน จะระบุเป็นเงินหรือสัดส่วนก็ได้ แต่ต้องนิยามล่วงหน้า
  • ระยะจากราคาเข้าที่คาดว่าจะได้รับถึงราคาออกตามแผน
  • ผลเงินของการเคลื่อนไหวหนึ่งหน่วยต่อ 1.00 ล็อต ตาม contract size และสกุลบัญชี

หากใช้ pip สูตรพื้นฐานคือ ล็อต = งบขาดทุน ÷ (ระยะ stop เป็น pip × มูลค่าต่อ pip ต่อ 1.00 ล็อต)

อย่าใส่เงินงบเป็นบาทแต่ตัวหารเป็นดอลลาร์ และอย่าใช้ 10.00 ดอลลาร์ต่อ pip กับทุกสินค้า มูลค่าต่อ pip ของสกุลเงินบางคู่ต้องแปลงเป็นสกุลบัญชีอีกขั้น

เลื่อนภาพซ้าย–ขวาเพื่ออ่านรายละเอียด

กรอบตัวอย่าง 10.00 USD · Stop 25.00 pipsสมมติ 1.00 lot มีมูลค่า 10.00 USD ต่อ pip และขั้นปริมาณ 0.01 lotยังไม่รวมค่าใช้จ่ายและราคาคลาดเคลื่อน10.00 ÷ (25.00 × 10.00) = 0.04 lotสมมติเพิ่มค่าคอม 6.00 และเผื่อราคาคลาดเคลื่อน 10.00 USD ต่อ lot10.00 ÷ 266.00 ≈ 0.037594 lot → ปัดลง 0.03 lotผลตามสมมติฐาน: 0.03 × 266.00 = 7.98 USDตัวเลขเผื่อไม่ใช่เพดาน slippage จริง ขาดทุนยังอาจเกินแผนไม่ย้าย Stop หรือปัด lot ขึ้นเพียงเพื่อให้สูตรลงตัว
ตัวอย่างสมมติ: ปริมาณตามราคา Stop ยังไม่ใช่ขาดทุนสูงสุดที่รับประกัน

คำนวณหนึ่งกรณีให้ครบถึงล็อตที่ส่งได้

สมมติบัญชีดอลลาร์มี equity1,000.00 ดอลลาร์ กำหนดงบแบบฝึก 1.00% หรือ 10.00 ดอลลาร์ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์แนะนำให้ทุกคนใช้ สัญญา EUR/USD สมมติมี 100,000.00 ยูโรต่อ 1.00 ล็อต จึงมีมูลค่า 10.00 ดอลลาร์ต่อ pip ต่อ 1.00 ล็อต

ถ้าระยะ stop25.00pips ผลขาดทุนตามราคาต่อ 1.00 ล็อตคือ 25.00×10.00=250.00 ดอลลาร์

ล็อตก่อนเผื่อรายการอื่น = 10.00 ÷ 250.00 = 0.04 ล็อต

ตรวจย้อนกลับ 0.04×25.00×10.00=10.00 ดอลลาร์พอดี แต่ผลนี้ยังไม่ได้รวมค่าคอมมิชชันหรือความคลาดเคลื่อนของราคา จึงไม่ควรเรียกว่าเสี่ยงไม่เกิน 10.00 ดอลลาร์แน่นอน

ถ้ามีรายการต่อหนึ่งล็อต ให้ใส่ก่อนปัดขนาด

ต่อจากแบบฝึก สมมติค่าคอมมิชชันไปกลับ 6.00 ดอลลาร์ต่อ 1.00 ล็อต และกันวงเงินสำหรับผลคลาดเคลื่อนอีก 10.00 ดอลลาร์ต่อ 1.00 ล็อต ทั้งคู่เป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ข้อเสนอของโบรกเกอร์

ตัวหารใหม่ =250.00+6.00+10.00=266.00 ดอลลาร์ต่อ 1.00 ล็อต ดังนั้นขนาดก่อนปัด=10.00÷266.00=0.03759…ล็อต

หากขั้นต่ำและ step เท่ากับ 0.01 ล็อต ขนาดที่ไม่เกินกรอบคำนวณคือ 0.03 ล็อต ผลรวมตามสมมติฐานเท่ากับ 0.03×266.00=7.98 ดอลลาร์ หากปัดขึ้น 0.04 ล็อต จะเป็น 10.64 ดอลลาร์ ซึ่งเกินงบ

วงเงินเผื่อไม่ใช่การจำกัด slippage จริง และหากค่าธรรมเนียมมีขั้นต่ำหรือไม่ได้คิดแปรตามล็อต ต้องเปลี่ยนวิธีคำนวณตามเงื่อนไขนั้น ส่วน spread ไม่ควรบวกซ้ำหากระยะที่ใช้วัดจากราคาเข้าจริงไปถึงราคาออกที่เกี่ยวข้องแล้ว

ใช้กับทองอย่างไรโดยไม่สับสนเรื่องจุด

สมมติทองมี contract size100.00 ทรอยออนซ์ต่อ 1.00 ล็อต ระยะจากเข้าไป stop5.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผลขาดทุนต่อ 1.00 ล็อตจึงเป็น 500.00 ดอลลาร์ หากงบแบบฝึก 20.00 ดอลลาร์ ขนาดก่อนรายการอื่นคือ 0.04 ล็อต

สัญญาจริงอาจมีขนาดต่างจากสมมติฐานนี้ จึงเริ่มจากสเปก ไม่ใช่จำว่าเลขจุดของทองต้องเท่ากับคู่เงิน อ่านต่อที่ XAUUSD

ตรวจสถานะรวมก่อนใช้ผลลัพธ์

การคำนวณถูกหนึ่งคำสั่งไม่ได้ทำให้ทั้งบัญชีมีความเสี่ยงเท่านั้น หากมีหลายสถานะ ต้องดูงบที่ใช้ไปแล้ว เหตุการณ์ร่วมที่กระทบหลายตัว และ margin ของบัญชี การเปิดหลายคู่ที่ตอบสนองต่อดอลลาร์คล้ายกันอาจไม่ใช่การกระจายความเสี่ยงตามที่ชื่อสินค้าดูต่างกัน

หากล็อตที่คำนวณต่ำกว่าขั้นต่ำ การไม่เปิดเป็นทางเลือกที่รักษากรอบเดิมได้ การเพิ่มเงิน เปลี่ยนบัญชี หรือขยับ stop เป็นการเปลี่ยนแผน ต้องมีเหตุผลของตัวเอง ไม่ใช่ทางบังคับเพื่อให้คำสั่งผ่านครับ