Leverage ทำให้บัญชีใช้เงินประกันเพียงส่วนหนึ่งเพื่อเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินประกันนั้นครับ เช่น อัตรา 1:100 ในระบบคำนวณแบบง่าย หมายถึงใช้เงินประกันหนึ่งส่วนรองรับมูลค่าสถานะหนึ่งร้อยส่วน
สิ่งที่ต้องแยกคือ เงินที่ถูกกันไว้เปิดสถานะ กับ มูลค่าที่กำไรขาดทุนกำลังอ้างอิง การวาง margin น้อยไม่ได้ทำให้สถานะขนาดเดิมขาดทุนต่อการเปลี่ยนราคาน้อยลง
คำนวณเงินประกันโดยระบุสกุลให้ครบ
สมมติสัญญา EUR/USD มี contract size 100,000.00 ยูโรต่อ 1.00 ล็อต เปิดขนาด 0.10 ล็อต ใช้ระบบ Forex margin ตามเลเวอเรจ และบัญชีเป็นดอลลาร์
จำนวนตามสัญญา = 0.10 × 100,000.00 = 10,000.00 ยูโร ที่เลเวอเรจ 1:100 เงินประกันเบื้องต้นเป็น 10,000.00 ÷ 100 = 100.00 ยูโร
หากสมมติอัตราที่ใช้แปลง margin เป็น 1.1000 ดอลลาร์ต่อยูโร จะเท่ากับ 110.00 ดอลลาร์ ที่เลเวอเรจ 1:500 ภายใต้สมมติฐานเดียวกันจะเป็น 22.00 ดอลลาร์
นี่เป็นแบบฝึกของสัญญาหนึ่งแบบ รายละเอียดจริงอาจใช้ margin rate คงที่ ขั้นตามขนาดสถานะ หรือวิธีอื่นตามประเภทสินค้า เลขเลเวอเรจบัญชีจึงไม่จำเป็นต้องใช้กับทุกสัญลักษณ์ และ margin อาจเปลี่ยนเมื่ออัตราแปลงหรือเงื่อนไขเปลี่ยน
ทำไมสองบัญชีกำไรขาดทุนเท่ากัน แต่ความเสี่ยงไม่เหมือนกันทั้งหมด
เมื่อทั้งสองบัญชีถือ 10,000.00 ยูโรเท่ากัน EUR/USD เปลี่ยน 0.0001 จะให้ผลต่าง 1.00 ดอลลาร์ก่อนรายการอื่นเท่ากัน ไม่ว่าจะใช้ margin 110.00 หรือ 22.00 ดอลลาร์
แต่ไม่ควรสรุปว่า “ความเสี่ยงเท่ากันทุกอย่าง” เพราะ margin level เกณฑ์การถูกปิดสถานะ และเงินที่เหลือสำหรับเปิดเพิ่มอาจต่างกัน รวมทั้งกฎที่ปรับ margin ระหว่างถือสถานะด้วย เลเวอเรจสูงเปิดทางให้เพิ่มมูลค่าสถานะได้มากขึ้นเมื่อใช้เงินเท่าเดิม จึงขยายผลกระทบต่อบัญชีได้ถ้าใช้ความสามารถนั้น
เลเวอเรจที่ให้เลือกกับเลเวอเรจที่ใช้จริง
ลองเทียบมูลค่าสถานะกับ equity ในสกุลเดียวกัน ตัวอย่างสมมติมี equity 1,000.00 ดอลลาร์และมูลค่าสถานะ 11,000.00 ดอลลาร์ จะมีอัตราส่วนมูลค่าต่อ equity เท่ากับ 11.00 เท่า แม้ตั้งเลเวอเรจบัญชีไว้ 1:500
ถ้า equity ลดเหลือ 800.00 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าสถานะคงเดิม อัตราส่วนนี้จะเพิ่มเป็น 13.75 เท่า โดยไม่ได้เปิดล็อตเพิ่มเลย
อัตราส่วนดังกล่าวช่วยเห็นขนาดความเสี่ยงอ้างอิง แต่ยังไม่อธิบายทั้งหมด พอร์ตหลายสินค้าต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของสถานะ สกุลที่ใช้แปลง และเงื่อนไข margin ด้วย การหัก Buy กับ Sell จนได้ยอดสุทธิเล็กไม่ได้แปลว่าต้นทุนหรือภาระเงินประกันหายไปเสมอ
ก่อนเปลี่ยนค่า leverage มีอะไรที่ยังต้องรู้
อ่านว่าการเปลี่ยนมีผลกับสถานะเดิมทันทีหรือเฉพาะคำสั่งใหม่ ใช้กับสินค้าตัวใด และมีข้อกำหนดพิเศษช่วงข่าวหรือเวลาใดบ้าง หาก required margin เพิ่ม บัญชีอาจมี free margin ลดลงแม้ราคายังไม่เคลื่อน
ไม่จำเป็นต้องเลือกตัวเลขสูงสุดเพื่อให้คำนวณขนาดสถานะได้ เริ่มจาก ขนาดสถานะตามแผน แล้วตรวจว่าคำสั่งนั้นสอดคล้องกับ margin และความเสี่ยงรวมอย่างไร ถ้าข้อกำหนดไม่ผ่าน การเว้นคำสั่งก็เป็นทางเลือก ไม่ต้องขยาย leverage เพื่อบังคับให้เปิดได้